ข่าวสารรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

 

          วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2552
          มข.พัฒนาการทนแล้งของต้นกล้ายางพารา ด้วยดินเหนียวเบนโทไนท์ร่วมกับวัสดุปรับปรุงดิน

 

พบแร่ดินเหนียวผสมขุยมะพร้าวลดกล้ายางตาย



          นักวิจัยมข.เผยผลวิจัย ใช้แร่ดินเหนียว หรือ เบนโทไนต์ ผสมกับขุยมะพร้าวเพาะกล้าต้นยางพารา ก่อนนำไปปลูกจะสามารถทนสภาพพื้นดินแห้งแล้งของภาคอีสานได้ดีและลดอัตราการแห้งตายได้อย่างยอดเยี่ยม (30พ.ย.)นายสมโภชน์แก้วระหัน นักวิชาการเกษตร 6 ภาควิชาพืชศาสตร์และทรัพยากรการเกษตรคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับนักวิจัยอีกสองท่านเปิดเผยถึงการพัฒนาสูตรปรับปรุงคุณภาพดินร่วมกับเบนโทไนท์ที่เหมาะสมต่อสมดุลธาตุอาหารของต้นกล้ายางพาราเพื่อการทนแล้งในภาคอีสาน พบว่า เมื่อนำแร่ดินเหนียวมาผสมกับวัสดุอินทรีย์โดยเฉพาะ ขุยมะพร้าวสามารถช่วยในการเพาะต้นกล้ายางพาราเพราะสามารถอุ้มน้ำได้ ทำให้มีความสามารถทนทานต่อความแห้งแล้งและลดอัตราการตายในการปลูกระยะแรกได้ เนื่องจากรัฐบาลได้มีนโยบายขยายพื้นที่การเพาะปลูกยางพาราให้ครบ 1ล้านไร่จึงส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกยางพาราโดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสานซึ่งเกษตรกรนิยมใช้พันธุ์ RRIM 600และพันธุ์ RRIT 251 มากที่สุด แต่ปัญหาที่พบคือในภาคอีสานนั้นต้นกล้ายางพารามักจะเหี่ยวตายในระยะการปลูกช่วง 1-2 เดือนแรก เนื่องจากต้นกล้ายางพาราไม่สามารถทนต่อความแห้งแล้งของพื้นดินได้ เพราะรากของต้นกล้ายางพารายังยาวไม่พอที่จะไปช่วยดูดซึมน้ำ ดังนั้นทีมวิจัยจึงได้นำแร่ดินเหนียวหรือเบนโทไนท์ที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไปซึ่งมีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำผสมกับวัสดุอินทรีย์ทั่วไปในท้องถิ่นเช่นขุยมะพร้าว แกลบดำ ขี้อ้อย เปลือกถั่ว และแกลบดินเมื่อนำมาเพาะกับต้นยางพาราทำให้มีความทนทานต่อความแห้งแล้งแต่ก็ยังมีปัญหาในเรื่องของอัตราการใช้ที่ไม่เหมาะสม จึงมักทำให้ต้นกล้ายางพาราตายได้ เมื่อได้นำเบนโทไนต์หรือแร่ดินเหนียวที่มีอัตรา 0 ถึง 16 %โดยน้ำหนักเมื่อผสมกับวัสดุอินทรีย์ระยะที่ผ่านไป 2วันหลังให้น้ำในระดับที่อิ่มตัวด้วยน้ำพบว่าการผสมกับขุยมะพร้าวสามารถอุ้มน้ำมากที่สุด รองลงมาได้แก่แกลบดำ,ขี้อ้อย,เปลือกถั่วและแกลบดิบ ตามลำดับซึ่งนั้นก็แสดงว่าหากแนะนำให้เกษตรกรเพาะต้นกล้ายางพาราด้วยขุยมะพร้าวที่มีการผสมเบนโทไนท์ หรือ แร่ดินเหนียวในปริมาณที่เหมาะสมตามผลการวิจัยจะสามารถเพิ่มความทนทานต่อความแล้งให้กับต้นกล้าที่ปลูกในพื้นที่ภาคอีสานได้ และ ลดอัตราการตายของต้นกล้ายางพาราในการปลูกระยะ 1 ถึง 2 เดือนแรก